เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คืออะไร และวิธีเช่าเว็บโฮสติ้งแบบง่าย ๆ ในไม่กี่ขั้นตอน

Total
0
Shares

เว็บโฮสติ้งคืออะไร?

เว็บโฮสติ้งคือบริการฝากไฟล์บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้ออนไลน์บนโลกอินเตอร์เน็ทครับ มีหลายรูปแบบให้เลือกมากมาย ทั้งแบบ Shared Hosting ที่ค่าบริการเป็นรายปี VPS ที่ค่าบริการเป็นรายเดือน หรือ Dedicated Server ที่เป็นการเช่าทั้งเซิร์ฟเวอร์เลย หรืออาจใช้ Cloud Hosting เพื่อใช้เทคโนโลยี Cloud Computing

ทั้งนี้ในขั้นตอนนี้มือใหม่อาจสงสัยว่า ต้องมีความรู้ในเรื่องเทคนิคหรือเปล่า? ต้องเซ็ตอัพเซิร์ฟเวอร์เองหรือเปล่า ? คำตอบคือไม่ต้องครับ ถ้าเริ่มทำเว็บ ไม่ได้ถึงขนาดต้องเข้าคุมทรัพยากรในระบบขั้นสูง ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องของเซิร์ฟเวอร์ ทางผู้ให้บริการจะดำเนินการให้ทั้งหมดเลยครับ แต่สิ่งที่ควรจะรู้คือเว็บโฮสติ้งมีหน้าที่อะไร ใช้งานยังไง และมีอะไรบ้างครับ

เว็บโฮสติ้งมีแบบไหนบ้าง?

เว็บโฮสติ้งมีหลายหลายประเภทและต่างการใช้งานกันไปครับ เว็บเล็ก ๆ คนไปถึงเว็บที่คนแสนคนเข้าเว็บไซต์พร้อมกัน ก็เลือกใช้งานโฮสติ้งต่างประเภทกันครับ เว็บโฮสติ้งให้เลือกมากมาย แต่ปัจจุบันมีไม่กี่แบบที่คนนิยมใช้กันครับ

Shared Hosting

ตัวอย่าง Shared Hosting ไทย

นี่คือเว็บโฮสติ้งประเภทที่นิยมใช้งานที่สุดครับ ส่วนใหญ่จะคิดค่าบริการเป็นรายปีครับ เหมาะกับเว็บทั่ว ๆ ไป ที่ไม่ได้ใช้ทรัพยากรเครื่องเซิร์ฟเวอร์หนัก ๆ ครับ ถ้าเริ่มเปิดเว็บไซต์ หรือทำเว็บไซต์ที่คนเข้าพร้อมกันไม่ถึงพันคน Shared Hosting เป็นทางเลือกที่ดีครับ

Shared Hosting ตามชื่อเลยครับ คือโฮสติ้งประเภทที่ใช้พื้นที่กับลูกค้าท่านอื่นในเครื่องเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน เปรียบเหมือนตลาดนัดที่คุณสามารถเช่าจองพื้นที่ได้ในราคาไม่แพง โดยที่พื้นที่ที่คุณเช่าจะอยู่ติดกับร้านอื่น ๆ ใช้ไฟไลน์เดียวกัน น้ำไลน์เดียวกัน ถ้าดับคือดับหมดทั้งตลาด ถ้าคนแน่น ก็แน่นทั้งตลาด (แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้แปลว่าร้านข้าง ๆ จะเข้ามาเอาของในร้านเราได้)

ทั้งนี้ ยิ่งคุณอยากได้พื้นที่เยอะ คุณก็ต้องจ่ายแพงกว่าร้านอื่น เช่นเดียวกับในตลาดนัดครับ

ข้อดี

  • ราคาถูก เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือเว็บไซต์ขนาดเล็ก
  • ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในด้านเทคนิคก็ใช้งานได้
  • ทางผู้ให้บริการทำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้คุณพร้อมใช้งาน คุณลงเว็บไซต์ได้เลย
  • สามารถปรับแต่งหรือตั้งค่าโฮสติ้งในส่วนของตัวเองได้
  • ไม่ต้องดูแลเอง ทางผู้ให้บริการดูแลให้

ข้อเสีย

  • คุณไม่สามารถปรับแต่งเซิร์ฟเวอร์ได้เอง (เช่นอยากได้แรมเพิ่ม หรืออยากได้ CPU เพิ่ม ในกรณีที่เว็บไซต์คุณต้องการมากขึ้น)
  • คนเข้าเยอะทำให้เว็บไซต์ทั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์ช้าลงได้
  • ถ้าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ล่มเว็บไซต์ทั้งเครื่องดับไปด้วยกัน

VPS Hosting (Virtual Private Server)

ตัวอย่างสเป็ค VPS

VPS คือเซิร์ฟเวอร์แบบเสมือนจริง โดยแบ่งออกมาจากเซิร์ฟเวอร์จริง ๆ อีกทีนึง สามารถแบ่ง CPU RAM Harddisk ได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ เหมือนตึกคูหาที่อยู่ติด ๆ กัน แต่ใช้ไฟน้ำแยกกัน ถ้าดับทั้งโครงการก็ดับกันหมด

เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีคนเข้าพร้อมกันมากขึ้น หรือเว็บไซต์ที่ต้องใช้ทรัพยากรในการประมวลผลมากขึ้น ยกตัวอย่างเว็บที่มีระบบต่าง ๆ ภายในมากมาย เช่นระบบเก็บข้อมูล หรือการประมวลผลต่าง ๆ เป็นต้น

ข้อดี

  • พื้นที่ไม่แบ่งหรือแชร์กับใครเหมือนกับ Shared Hosting (แต่ในทางเทคนิคแล้วก็ยังอยู่ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน แต่แบ่งแยกขาด ไม่เหมือน Shared Hosting ที่อยู่ “รวม ๆ” กันเหมือนตลาดนัด ทำให้คุณจะใส่ไฟล์อะไรก็ได้ในโฮสติ้งโดยที่ไม่ทำให้เดือดร้อนกับคนอื่น
  • ถ้า VPS อื่นที่อยู่ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ใหญ่เกิดทำงานหนักขึ้นมา VPS ของคุณไม่เดือดร้อน
  • คุณได้ Root Access (สิทธิ์เข้าถึงขั้นสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์)
  • ปรับแต่งได้เยอะกว่าและมีความเป็นส่วนตัวกว่า

ข้อเสีย

  • แพงกว่า Shared Hosting
  • ต้องมีความรู้ด้านเซิร์ฟเวอร์

Cloud Hosting

[รูป Cloud]

Cloud คืออะไร? เดี๋ยวผมอธิบายง่าย ๆ ครับ

Cloud Hosting คือการใช้ Cloud Technology เอาเซิร์ฟเวอร์หลาย ๆ ตัวมาทำงานเชื่อมต่อกัน ทำงานพร้อม ๆ กัน ทำให้ประมวลผลได้ในรูปแบบที่ใหญ่ขึ้น ถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งมีปัญหา เครื่องอื่นจะเข้ามาเสียบทำงานแทนอัตโนมัติ และทำโดยที่เว็บไซต์ไม่ล่ม ถ้าเป็นเว็บโฮสติ้งธรรมดา ถ้าเครื่องมีปัญหาในกรณีคล้าย ๆ กัน เว็บเข้าไม่ได้แน่นอน ซึ่งเป็นผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ด้วยครับ Cloud Hosting เหมาะกับเว็บที่ต้องการความเสถียรขั้นสูงสุด

Cloud Hosting มีให้เลือกใช้หลากหลายครับเช่น Cloud Web Hosting ทั่วไป , Cloud VPS Hosting ฯลฯ

ข้อดี

  • โอกาสที่เว็บจะดับน้อยมากถึงไม่มีเลย
  • โอกาสที่ข้อมูลจะหายเพราะเซิร์ฟเวอร์มีปัญหาน้อยถึงน้อยมาก
  • เปรียบเทียบกับ Hosting แบบอื่น ถ้าเซิร์ฟเวอร์เครื่องนึงมีปัญหา จะไม่กระทบเว็บไซต์เลย

ข้อเสีย

  • ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าโฮสติ้งธรรมดาทั่วไป

WordPress Hosting

ตัวอย่าง WordPress Web Hosting

WordPress เป็นสคริปต์ที่นิยมใช้งานอย่างมากครับ สร้างเพื่อผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ WordPress โดยเฉพาะ เพราะฉนั้นเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการโฮสติ้งประเภทนี้ถูกปรับแต่งมาแล้วเพื่อการใช้งาน WordPress โดยเฉพาะครับ จะทำให้เร็วกว่า ปลอดภัยกว่า และดีกว่าโฮสติ้งธรรมดาทั่วไป

อ่านเพิ่มเติม: ทำความรู้จักกับ WordPress

ข้อดี

  • ราคาส่วนใหญ่จะไล่ ๆ กับ Shared Hosting ทั่วไป และหลักการทำงานเหมือนกันทุกอย่าง
  • ทำให้เว็บไซต์ WordPress รันบนระบบได้อย่างดีกว่าโฮสติ้งทั่วไปที่รับทุกสคริปต์
  • ส่วนใหญ่จะมีทีมที่เชี่ยวชาญ WordPress ช่วยแก้ปัญหาได้ดีกว่าโฮสติ้งทั่วไปที่รับทุกสคริปต์

ข้อเสีย

  • เหมาะกับสคริปต์ WordPress อย่างเดียว สคริปต์ตัวอื่นอาจทำงานได้ไม่ลื่นไหลเท่าไหร่เพราะเซิร์ฟเวอร์ถูกปรับมาให้เข้ากับ WordPress

Dedicated Hosting

Dedicated Hosting เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ทั้งเครื่องครับ เรามีสิทธิ์คุมได้ทั้งหมด 100% โดยคุณสามารถลงระบบปฏิบัติการเองได้ ลงซอฟต์แวร์หรือทำอะไรก็ได้บนเซิร์ฟเวอร์โดยจะไม่กระทบคนอื่นเลยครับ (ยกเว้นใช้เป็นฐานในการโจมตีคนอื่น อันนี้ผิดกฏหมายนะครับ)

แต่คำว่า Dedicated Hosting ไม่ใช่แค่เช่าเครื่องอย่างเดียวครับ แต่จะเช่า Customer Support ด้วยครับ ทีมเทคนิคที่มีความสามารถจะช่วยแก้ปัญหาได้ครับ ส่วนใหญ่แล้ว Dedicated Hosting จะถูกเช่าเพื่อใช้ทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีคนเข้าเว็บเยอะมาก ๆ หรือมีการประมวลผลที่เยอะมาก ๆ ครับ

ข้อดี

  • ควบคุมได้ 100% และสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่กระทบกับคนอื่น

ข้อเสีย

  • ราคาสูง เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่

เว็บโฮสติ้ง ควรจะเลือกยังไง ?

  1. หากคุณอยากเลือกเว็บโฮสติ้ง แต่ไม่รู้จะเลือกยังไง ไม่รู้ว่าเว็บต้องใช้พื้นที่เท่าไหร่ ให้เลือกเป็นแพ็คเกจแรกที่เว็บโฮสติ้งมี ถ้าไม่พอค่อยอัพเกรดเอาครับ
  2. ผู้ให้บริการเปิดมานานหรือยัง รีวิวเป็นยังไง เราอยู่กับเขาเป็นหลักปีครับ ต้องระวังผู้ให้บริการที่ “ไม่เอาไหน” กล่าวคือเราโทรไปหรือส่ง Ticket ไปแล้วไม่ตอบ หรือไม่ใส่ใจให้บริการเราเวลาขอความช่วยเหลือหรือมีปัญหา หรือหากเราเจอผู้ให้บริการที่ปิดตัวลงไป จะทำให้เดือดร้อนครับ เสียเวลากู้ เสียเวลาตาม และเสียเวลาย้ายครับ

เว็บโฮสติ้ง เลือกที่ไหนดี ?

ถ้า กลุ่มเป้าหมายคุณอยู่ที่ประเทศไทย ให้เลือกเว็บโฮสติ้งที่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก

ถ้า กลุ่มเป้าหมายคุณอยู่ต่างประเทศ ให้เลือกเว็บโฮสติ้งที่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศนั้น ๆ เป็นหลัก

เหตุผลเพราะว่ายิ่งเซิร์ฟเวอร์อยู่ใกล้เท่าไหร่ยิ่งเร็วครับ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีสมัยนี้จะทำให้การเข้าถึงเว็บไซต์หรือข้อมูลต่าง ๆ เร็วขึ้นอย่างมาก ๆ เราก็ยังพิจารณาตำแหน่งที่ตั้งได้เป็นปัจจัยนึงอยู่ครับ

Hostatom.com (ของไทย)

เช่นเดียวกับ Namecheap.com เว็บโฮสติ้งของผมทุกเว็บไซต์เช่าอยู่ที่นี่ครับ ระบบจัดการใช้งานได้ มีความปลอดภัยสูง Customer Support ระดับ 5 ดาว (พูดจริง ๆ ครับ) แต่สำหรับใครที่อยากเช่าทั้งเว็บโฮสติ้งและโดเมนเนม และออกบิลเป็นบิลเดียว เช่าที่นี่ได้เลยครับ

Siteground.com (ต่างประเทศ)

เป็นเจ้านึงที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกครับ ทั้งความเสถียร รีวิวบริการ อื่น ๆ อีกมากมายครับ ถ้าต้องการเปิดเว็บไซต์โดยใช้โฮสติ้งต่างประเทศ ผมค่อนข้างแนะนำเจ้านี้มากกว่าเจ้าอื่นเลยครับ

หากเลือกได้แล้วทำรายการเช่าโฮสติ้งได้ตามสะดวกเลยนะครับ หากคุณจดโดเมนไว้ที่อื่นแล้วอยากจะให้โดเมนชี้ไปที่เว็บโฮสติ้งให้ลองถามเรื่อง Nameserver กับโฮสติ้งได้เลยนะครับ ทางโฮสติ้งจะแจ้งมาแล้วให้คุณไปแก้ไขการชี้โดเมนเท่านั้นเองครับ ง่าย ๆ แล้วคุณก็จะสามารถอัพโหลดไฟล์เว็บไซต์ของคุณได้เลยครับ

ใส่ความเห็น