วิธีแก้ There has been a critical error on your website เกิดข้อผิดพลาดขึ้นในเว็บไซต์ บน WordPress

Total
0
Shares

วีดีโอวิธีแก้ There has been a critical error on your website เกิดข้อผิดพลาดขึ้นในเว็บไซต์

วิธีนี้ยังใช้ได้ดี แต่….

ตอนนี้มีวิธีที่ยั่งยืนกว่านี้ครับ โดยผมจะอัพเดทวีดีโอให้ใหม่เป็นปัจจุบัน และเนื้อหาจะอัพเดทตามนะครับ บทความนี้เขียนเมื่อปี 2018 ครับ ตอนนี้หลายอย่างง่ายขึ้นและเปลี่ยนไปครับ คอยติดตามหรือแอด @make2web มาสอบถามได้นะครับ

https://www.youtube.com/watch?v=zMdsGYK4baA

สาเหตุ There has been a critical error on your website

There has been a critical error on your website อาจแสดงผลต่างกันไปในแต่ละที่ครับ

  • เกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับเว็บไซต์
  • มีความผิดพลาดทางเทคนิคเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณ กรุณาตรวจสอบอีเมลผู้ดูแลระบบสำหรับขั้นตอนการแก้ไข
  • There has been a critical error on your website
  • There has been a critical error on your website. Please check your site admin email inbox for instructions.

สาเหตุ There has been a critical error on your website

เช่นเดียวกับ 500 Error ครับส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นเพราะว่าการทำงาน หรือบั๊กของธีม ปลั๊กอินไปขัดกับอะไรบางอย่างในระบบ ทำให้เกิด Error ออกมาครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับข้อมูลไม่หาย

วิธีแก้ There has been a critical error on your website

จะมีเมลส่งไปที่เมลหลักของผู้ดูแลระบบครับ ให้เช็คเมลที่มาจากเว็บไซต์เรา แล้วกดลิ้งค์ที่ยาว ๆ เข้าไปแก้ครับ แก้โดยการเข้าไปปิดธีมหรือปลั๊กอินที่มีปัญหา ส่วนปัญหาเกิดจากอะไรให้ดูที่บรรทัดล่าง ๆ ของเมลครับ ระบบจะแจ้งไว้ เท่านี้ปัญหาน่าจะหายแล้วครับ

ตัวอย่างเมลที่ส่งเข้ามา คลิกเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้

แต่ถ้ายังไม่หาย หรือเมลไม่เข้า แม้แต่ใน Junk/Spam Box…

ปิด Theme/Plugin ทั้งหมด

โฟลเดอร์ plugins และ themes อยู่ใน wp-content

โดยเราจะเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ plugins และ/หรือ themes เป็นอย่างอื่นครับ (คำแนะนำผมให้ลบตัว s ข้างหลังออกตัวเดียวพอเพื่อกันสับสน) การกระทำนี้เป็นการปิดการใช้งานธีมหรือปลั๊กอินครับ โดยการที่เราเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ จะทำให้่ WordPress หาไฟล์ไม่เจอและปิดการใช้งาน theme/plugins ทั้งหมดโดยอัตโนมัติครับ เป็นการปิดทั้งหมดเลยนั่นเองแล้วมาไล่ดูกันว่าตัวไหนก่อปัญหา

ทีนี้ล็อกอินเข้ามาใน wp-admin แล้ว WordPress จะฟ้องว่าหา theme/plugins ไม่เจอและจะปิดการทำงานของมัน ทีนี้เราก็ใช้ ftp เปลี่ยนโฟลเดอร์ที่เราเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนกลับเหมือนเดิมครับ เปลี่ยนโฟลเดอร์ธีมกลับเป็น themes และปลั๊กอินเป็น plugins

ทีนี้ก็ไล่เปิดการใช้งานธีม หรือปลั๊กอินดูทีละตัวแล้วกลับไปที่หน้าเว็บ แล้วลองกด Refresh หน้าเว็บดู แล้วดูครับว่าเปิดตัวไหน Refresh หน้าเว็บแล้วขึ้น 500 Error ตัวนั้นคือตัวปัญหาครับ ให้จัดการแก้ปัญหาต่อไป อาจลองอัพเกรดไปเวอร์ชั่นใหม่ ลองแก้ไขโค๊ดดูถ้าหากพัฒนาเอง หรือลบทิ้งแล้วหาตัวอื่นมาแทนครับ

ปิด Theme/Plugin บางตัว

ดังรูป ผมต้องการปิดปลั๊กอินชื่อ autodescription ผมจึงต้องเปลี่ยนชื่อปลั๊กอินตัวนั้นเป็นชื่ออื่น

บางทีก็ไม่จำเป็นต้องปิดหมดครับ ปิดแค่บางตัวที่เราสงสัย หรือรู้แน่ชัดว่าก่อปัญหาก็พอครับ ทำวิธีเดียวกันครับ คือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ แต่เป็นโฟลเดอร์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ plugins หรือ themes แทนครับเข้าไปในโฟลเดอร์นั้น ๆ หาชื่อ ปลั๊กอิน/ธีม ที่คิดว่าก่อปัญหา แล้วเปลี่ยนชื่อได้เลย WordPress จะหาโฟลเดอร์ไม่เจอและปิดการทำงานครับ

เท่านี้ก็แก้ได้แล้ว แต่ถ้ายังไม่หาย…

ลบโฟลเดอร์ wp-admin และ wp-includes ทิ้งและอัพโหลดใหม่

สำคัญอย่ายุ่งกับ wp-content และไฟล์ wp-config.php

เข้าไปที่โฟลเดอร์ที่เก็บ WordPress ของเราและลบโฟลเดอร์ wp-admin และ wp-includes ออกไปครับ แล้วไปดาวน์โหลดจาก wordpress.org แตกไฟล์และอัพโหลด 2 โฟลเดอร์นั้นขึ้นไปใหม่ครับ

สำคัญคืออย่าเผลอลบ wp-content และ wp-config.php ออกไปนะครับ ถ้าลบออกแล้วปัญหาใหญ่เลย

แต่ถ้ายังไม่หายอีก… มาหาเราได้เลยครับ MAKE2WEB ยินดีให้บริการ แก้ปัญหาเว็บไซต์

ใส่ความเห็น
You May Also Like